ขั้นตอนที่ต้องทำก่อนคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี เพื่อให้โปรแกรมคำนวณภาษีสิ้นปีถูกต้อง

ขั้นตอนที่ต้องทำก่อนคำนวณภาษีสิ้นปี

เนื่องจากในระหว่างปีภาษี โปรแกรมเงินเดือนจะคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงาน โดยใช้หลักการประมาณการเสมือนว่าพนักงานมีเงินได้ทั้งปี ซึ่งไม่ใช่ยอดเงินได้ที่แท้จริงทั้งปีของพนักงาน และอาจมีพนักงานบางคนที่ยังแจ้งยอดเงินรายการค่าลดหย่อนให้ฝ่ายบุคคลทราบไม่ครบถ้วน จึงทำให้การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในระหว่างปีภาษียังไม่ใช่ยอด เงินภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งในงวดสุดท้ายของปีภาษี โปรแกรมจะนำยอดเงินได้ และยอดค่าลดหย่อนจริงทั้งปีของพนักงานมาทำการคำนวณภาษีทั้งปีของพนักงาน และทำการปรับปรุงเพื่อให้ทราบยอดเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงานในงวดสุดท้ายของปีภาษี ซึ่งจะทำให้ยอดภาษีทั้งปีของพนักงานถูกต้อง

ดังนั้น เพื่อให้โปรแกรมเงินเดือนคำนวณภาษีทั้งปีของพนักงานได้ถูกต้อง ฝ่ายบุคคลจึงต้องตรวจสอบและทำขั้นตอนดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วน ก่อนคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปี ซึ่งได้แก่

1. กรณีที่บริษัทฯ ของท่านใช้โปรแกรมเงินเดือนในระหว่างปีภาษีปัจจุบัน ฝ่ายบุคคลต้องตรวจสอบว่าได้มีการบันทึกยอดเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, เงินสมทบประกันสังคม และเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานก่อนใช้โปรแกรมเงินเดือนในประวัติของพนักงานแต่ละคนถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ายังบันทึกไม่ถูกต้องครบถ้วน ฝ่ายบุคคลจะต้องบันทึกข้อมูลส่วนนี้ให้ถูกต้องครบถ้วนให้เสร็จสิ้นก่อนคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี
***แต่หากบริษัทฯ ใดใช้โปรแกรมเงินเดือนคำนวณเงินเดือนตั้งแต่ต้นปีภาษีสามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ค่ะ***

2. กรณีที่พนักงานของท่านมาเริ่มเป็นพนักงานกับบริษัทฯ ของท่านในระหว่างปีภาษี และต้องการพิมพ์ ภงด. 91 ของพนักงานท่านนั้นจากโปรแกรมเงินเดือน ฝ่ายบุคคลต้องตรวจสอบว่าได้มีการบันทึกยอดเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, เงินสมทบประกันสังคม และเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานก่อนเป็นพนักงานในประวัติของพนักงานท่านนั้นถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ายังบันทึกไม่ถูกต้องครบถ้วน ฝ่ายบุคคลจะต้องบันทึกข้อมูลส่วนนี้ให้ถูกต้องครบถ้วนให้เสร็จสิ้นก่อนคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี
***แต่หากบริษัทฯ ใดไม่มีพนักงานเริ่มงานในระหว่างปีภาษี หรือมีแต่พนักงานไม่ได้แจ้งยอดเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, เงินสมทบประกันสังคม และเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วไม่ได้ต้องการพิมพ์ ภงด.91 ของพนักงานจากโปรแกรมเงินเดือน สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ค่ะ***

3. ฝ่ายบุคคลต้องทำการตรวจสอบและบันทึกยอดเงินค่าลดหย่อนประจำปีปัจจุบันในประวัติของพนักงานแต่ละคนในโปรแกรมเงินเดือนให้ถูกต้องครบถ้วน

4. ฝ่ายบุคคลต้องเรียกรายงาน ภงด.1 ในโปรแกรมเงินเดือน ของเดือน ม.ค. – พ.ย. ของปีปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบกับ รายงาน ภงด.1 ของเดือน ม.ค. – พ.ย. ที่ฝ่ายบุคคลนำส่งกรมสรรพากรจริงๆ ในปีปัจจุบัน ว่ายอดเงินได้และภาษีในรายงาน ภงด. 1 ของเดือน ม.ค. – พ.ย. ของปีปัจจุบัน ที่เรียกในโปรแกรมเงินเดือนตรงกับรายงาน ภงด.1 ของเดือน ม.ค. – พ.ย. ที่ฝ่ายบุคคลนำส่งกรมสรรพากรจริงๆ ในปีปัจจุบันหรือไม่ ถ้าตรวจสอบพบว่ายอดเงินได้ หรือยอดเงินภาษีในรายงาน ภงด.1 ของเดือนใดเดือนหนึ่งที่เรียกในโปรแกรมเงินเดือนไม่ตรงกับในรายงาน ภงด.1 ที่นำส่งกรม สรรพากรจริงๆ ในปีปัจจุบัน ฝ่ายบุคคลจะต้องทำการแก้ไขยอดเงินได้ และภาษีของพนักงานในโปรแกรมเงินเดือนของเดือนที่ไม่ถูกต้องให้ตรงกับในรายงาน ภงด.1 ที่นำส่งกรมสรรพากรจริงๆ ในปีปัจจุบัน ให้เสร็จสิ้นก่อนคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี

หากฝ่ายบุคคลไม่ทำการตรวจสอบและทำขั้นตอนตามที่แนะนำข้างต้น ก็จะทำให้โปรแกรมคำนวณภาษีทั้งปี และภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงานในงวดสุดท้ายของปีภาษีไม่ถูกต้อง ซึ่งถ้าหากฝ่ายบุคคลพลาดไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วมีการนำส่ง ภงด. 1 ของเดือน ธ.ค. ปีปัจจุบันให้กรมสรรพากรไปแล้ว ก็จะส่งผลให้นำส่งภาษีของเดือน ธ.ค. ปีปัจจุบันของพนักงานให้กรมสรรพากรไม่ถูกต้อง ซึ่งพนักงานต้องไปดำเนินการขอคืน หรือจ่ายภาษีเพิ่มให้กับกรมสรรพากรในตอนที่ยื่น ภงด.91 เอง

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ตามคำกล่าวที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ฝ่ายบุคคลควรทำการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลข้างต้นให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนทำการคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี แล้วท่านจะปิดฉากการทำเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีนี้อย่าง Happy ไม่มีเรื่องอะไรให้กังวล และหยุดพักผ่อนเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างสบายใจนะคะ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

Advertisements

กรณีพนักงานต้องการให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมส่วนที่เหลือคงค้างทั้งหมดก่อนครบกำหนด จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักคืนเงินกู้ยืมส่วนที่เหลือคงค้างทั้งหมดก่อนครบกำหนด

กรณีบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทโดยไม่คิดดอกเบี้ย และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงาน เดือนละเท่าๆ กัน โดยฝ่ายบุคคลได้ทำการหักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงานมาจนใกล้จะครบจำนวนแล้ว และพนักงานบางคนต้องการให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมส่วนที่เหลือทั้งหมดในงวดเงินเดือนนั้นๆ จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

ตัวอย่าง พนักงานทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทในวงเงิน 10,000 บาท โดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินกู้ยืมให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป โดยฝ่ายบุคคลได้ทำการหักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงานมาจนเหลือยอดเงินกู้ยืมคงค้าง 1,000 บาท และพนักงานต้องการให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมส่วนที่เหลือทั้งหมดในงวดเดือน ก.ย. 2560

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.ตรวจสอบว่า คำนวณปิดงวดเงินเดือนงวดก่อนหน้า เรียบร้อยแล้ว

2.เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

3. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

4. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานต้องการให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมที่เหลือทั้งหมดในงวดเดือน ก.ย.2560 จึงใส่จำนวนเท่ากับ 1,000

5. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินกู้ยืมส่วนที่เหลือคงค้างทั้งหมดจากเงินเดือนของพนักงานในงวดเดือน ก.ย. 2560 ให้ตามที่บันทึก

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีต้องการจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงานที่ลาออกในงวดถัดจากเดือนที่ลาออกจะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

จ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงาน

 

หลายบริษัทมีนโยบายเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานที่เข้าทำงานใหม่  โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบวงเงินที่บริษัทฯ กำหนด  และในกรณีที่พนักงานลาออกถูกต้องตามกฎระเบียบบริษัทฯ บริษัทฯ จะจ่ายคืนเงินค้ำประกันให้กับพนักงานที่ลาออกในเดือนถัดจากเดือนที่ลาออก

ในกรณีที่พนักงานลาออก ฝ่ายบุคคลสามารถบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนเพื่อจ่ายคืนเงินค้ำประกันให้กับพนักงานที่ลาออกในงวดเงินเดือนถัดจากเดือนที่ลาออกได้  ตามขั้นตอนดังนี้

ตัวอย่าง  บริษัทฯ กำหนดนโยบายให้ฝ่ายบุคคลเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานที่เข้างานใหม่ 5,000 บาท และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงานที่ลาออกถูกต้องตามกฎระเบียบบริษัทฯ ในเดือนถัดจากเดือนที่พนักงานลาออก โดยฝ่ายบุคคลหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงาน  เดือนละ 500 บาท พนักงานลาออกในเดือน มิ.ย. 2560  และฝ่ายบุคคลได้หักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานไว้แล้วเท่ากับ 3,000 บาท โดยจะจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงานในเดือน ก.ค. 2560

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนเพื่อจ่ายคืนเงินค้ำประกันให้กับพนักงานที่ลาออกได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1. สร้างประเภทเงินเพิ่ม เพื่อใช้สำหรับบันทึกจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้กับพนักงานที่ลาออก มีขั้นตอนดังนี้

1.1 คลิก ตั้งค่า

1.2 คลิก ประเภทเงินเพิ่มเงินหัก

1.3 คลิก ปุ่มเพิ่มเติม

1.4 เลือก เพิ่มประเภทเงินเพิ่มเงินหัก

1.5 ระบุ รหัสประเภทเงินเพิ่ม สมมติเป็น 1561 จ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงาน

1.6 ระบุ ชื่อประเภทเงินเพิ่ม  เป็น  จ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงาน

1.7 ระบุ พนักงานที่ได้รับเงินได้  ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่อง ประจำ และ รายวัน

1.8 ระบุ หน่วยจำนวน ให้ติ๊กเลือก บาท

1.9 ระบุ คำนวณยอดเงินจาก  เป็น QTY( )

1.10 ระบุ เพิ่มหรือลดเงินได้  เป็น เพิ่ม

1.11 ระบุ วิธีปัดเศษ  ตาม นโยบายของบริษัทฯ

1.12 ระบุ เฉลี่ยยอดเงิน  เป็น ไม่ต้องเฉลี่ย

1.13 เอาเครื่องหมายถูกที่ช่อง ยอดเงินนี้ต้องเสียภาษี?  ออก

1.14 คลิก ปุ่มบันทึก

2. บันทึกประเภทเงินเพิ่ม รหัส 1561 จ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงาน เพื่อจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้กับพนักงานในงวดเดือน ก.ค. 2560 เท่ากับ 3,000 บาท

3.บันทึก Memo เพื่อเก็บประวัติการจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้กับพนักงานแล้ว

3.1 เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

3.2 คลิก แถบเงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3.3 บันทึก ยอดเงินค้ำประกันจ่ายคืน ตามตัวอย่างนี้ บริษัทฯ จ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงานเท่ากับ 3,000 บาท

3.4 คลิก ปุ่มบันทึกจบ

4. แก้ไข รายงานสรุปยอดเงินเดือนพนักงาน, ใบจ่ายเงินเดือน และรายงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้แสดงยอดเงินของประเภทเงินเพิ่ม รหัส 1561 จ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงาน

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงาน งวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบพนักงานที่ถูกหักเงินค้ำประกันการทำงานครบแล้วได้อย่างไร

รายงานเงินค้ำประกันครบ

 

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบพนักงานที่ชำระเงินค้ำประกันการทำงานครบแล้วได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินค้ำประกันชำระครบ
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงพนักงานที่ชำระเงินค้ำประกันการทำงานครบจำนวนแล้วให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงาน งวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบรายการหักเงินค้ำประกันการทำงานของพนักงานได้อย่างไร

รายงานเงินค้ำประกันคงค้าง

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบรายการยอดเงินค้ำประกันการทำงาน ยอดเงินค้ำประกันการทำงานที่หักจากพนักงานแล้ว และรายการยอดเงินค้ำประกันการทำงานคงเหลือของพนักงานได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินค้ำประกันคงค้าง
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงยอดเงินค้ำประกันการทำงาน, ยอดเงินค้ำประกันการทำงานที่พนักงานชำระมาแล้ว และยอดเงินค้ำประกันการทำงานคงเหลือของพนักงานแต่ละคนให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

บริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 2 ครั้ง และบริษัทมีนโยบายเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงาน โดยให้ฝ่ายบุคคลหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนพนักงานในงวดที่สองของเดือน งวดละเท่าๆ กัน จนครบวงเงินที่กำหนด จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินค้ำประกันจ่ายเดือนละ 2 ครั้ง

หลายบริษัทมีนโยบายเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานที่เข้าทำงานใหม่  โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบวงเงินที่บริษัทฯ กำหนด ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

ขั้นตอนการตั้งค่าโปรแกรมมีดังนี้

  1. วิธีการบันทึกข้อมูลเงินค้ำประกันการทำงานของพนักงาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
  2. วิธีการตั้งงวดเงินเดือนเพื่อให้โปรแกรมหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน มีขั้นตอนดังนี้
    • คลิก ตั้งค่า
    • คลิก จ่ายเดือนละ 2 ครั้ง
    • ดับเบิ้ลคลิก ปีปัจจุบัน
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดแรกของเดือน
    • เอาเครื่องถูกที่ช่อง หักเงินค้ำประกัน ออก
    • คลิกปุ่ม บันทึก
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดที่สองของเดือน
    • ติ๊กให้มีเครื่องหมายถูกที่ช่อง หักเงินค้ำประกัน
    • คลิกปุ่ม บันทึก

หมายเหตุ :  ทำขั้นตอนที่ 2.4 – 2.9 ให้ครบทุกเดือน

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือน และเมื่อหักเงินค้ำประกันการทำงานจนครบวงเงินค้ำประกันที่บริษัทฯ กำหนดไว้แล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

บริษัทมีนโยบายเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงาน โดยให้ฝ่ายบุคคลหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กัน จนกว่าจะครบวงเงินที่กำหนด จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินค้ำประกัน

หลายบริษัทมีนโยบายเก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานที่เข้าทำงานใหม่  โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบวงเงินที่บริษัทฯ กำหนด ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

การตั้งค่าโปรแกรมให้หักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงาน เดือนละๆ เท่ากัน แบ่งเป็น 2 กรณี ด้วยกันคือ

กรณีที่ 1 ฝ่ายบุคคลยังไม่ได้เริ่มหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานเลย

ตัวอย่าง  บริษัทฯ กำหนดนโยบายให้เก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานที่เข้างานใหม่ 5,000 บาท และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงานเมื่อพนักงานลาออกจากงาน โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบวงเงินค้ำประกันที่กำหนดไว้

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1.เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก ยอดเงินค้ำประกัน ตามตัวอย่างนี้วงเงินค้ำประกันการทำงาน เท่ากับ 5,000 

4. บันทึก ยอดประกันชำระแล้ว ตามตัวอย่างนี้ ฝ่ายบุคคลยังไม่ได้เริ่มหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานเลย จึงใส่จำนวนเท่ากับ 

5. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้ บริษัทฯ กำหนดนโนบายให้ฝ่ายบุคคลหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงาน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

6. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

กรณีที่ 2 ฝ่ายบุคคลมีการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานมาส่วนหนึ่งแล้วก่อนใช้โปรแกรมเงินเดือน

ตัวอย่าง  บริษัทฯ กำหนดนโยบายให้เก็บเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานที่เข้างานใหม่ 5,000 บาท และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินค้ำประกันการทำงานให้พนักงานเมื่อพนักงานลาออกจากงาน โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบวงเงินค้ำประกันที่กำหนดไว้ และฝ่ายบุคคลได้หักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนพนักงานมาแล้ว 1,000 บาท

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1. เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก ยอดเงินค้ำประกัน ตามตัวอย่างนี้วงเงินค้ำประกันการทำงาน เท่ากับ 5,000

4. บันทึก ยอดประกันชำระแล้ว ตามตัวอย่างนี้ ฝ่ายบุคคลหักเงินค้ำประกันการทำงานมาแล้ว 1,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 1,000 

5. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้ บริษัทฯ กำหนดนโนบายให้ฝ่ายบุคคลหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงาน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

6. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินค้ำประกันการทำงานจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือน และเมื่อหักเงินค้ำประกันการทำงานจนครบวงเงินค้ำประกันที่บริษัทฯ กำหนดไว้แล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินผ่อนค่าสินค้าจากพนักงานงวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบพนักงานที่ชำระคืนเงินค่าสินค้าครบแล้วได้อย่างไร

รายงานเงินผ่อนชำระครบ

 

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักเงินผ่อนคืนค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบพนักงานที่ชำระคืนเงินค่าสินค้าครบแล้วได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินผ่อนชำระครบ
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงพนักงานที่ชำระเงินค่าสินค้าครบจำนวนแล้วให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินผ่อนค่าสินค้าคืนจากพนักงานงวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบยอดหักเงินผ่อนคืนค่าสินค้า และยอดเงินผ่อนค่าสินค้าคงเหลือของพนักงานได้อย่างไร

รายงานผ่อนคงค้าง

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักคืนเงินผ่อนค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบรายการยอดเงินผ่อนคืนค่าสินค้า ยอดเงินผ่อนคืนค่าสินค้าที่หักคืนจากพนักงานแล้ว และรายการยอดเงินผ่อนค่าสินค้าคงเหลือของพนักงานได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินผ่อนคงค้าง
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงยอดเงินค่าสินค้า, ยอดเงินผ่อนค่าสินค้าที่พนักงานชำระมาแล้ว และยอดเงินผ่อนค่าสินค้าคงเหลือของพนักงานแต่ละคนให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีบริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 2 ครั้ง และพนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน งวดละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินผ่อน จ่ายเดือนละ2ครั้ง

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท แล้วให้พนักงานจ่ายคืนเงินค่าสินค้าโดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบมูลค่าของสินค้าที่ซื้อจากบริษัทไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

ขั้นตอนการตั้งค่าโปรแกรมมีดังนี้

  1. วิธีการบันทึกข้อมูลเงินผ่อนของพนักงาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
  2. วิธีการตั้งงวดเงินเดือนเพื่อให้โปรแกรมหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน มีขั้นตอนดังนี้
    • คลิก ตั้งค่า
    • คลิก จ่ายเดือนละ 2 ครั้ง
    • ดับเบิ้ลคลิก ปีปัจจุบัน
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดแรกของเดือน
    • เอาเครื่องถูกที่ช่อง หักเงินผ่อน ออก
    • คลิกปุ่ม บันทึก
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดที่สองของเดือน
    • ติ๊กให้มีเครื่องหมายถูกที่ช่อง หักเงินผ่อน
    • คลิกปุ่ม บันทึก

หมายเหตุ :  ทำขั้นตอนที่ 2.4 – 2.9 ให้ครบทุกเดือน

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานในงวดที่สองของแต่ละเดือนให้เองทุกเดือน และเมื่อหักคืนเงินค่าสินค้าจนครบมูลค่าสินค้าที่พนักงานซื้อไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่