กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินกู้ยืมคืนจากพนักงานงวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบยอดเงินหักคืนเงินกู้ยืม และยอดเงินกู้คงเหลือของพนักงานได้อย่างไร

รายงานเงินกู้คงค้าง

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบรายการยอดเงินกู้ยืม ยอดเงินกู้ยืมที่หักคืนจากพนักงานแล้ว และรายการยอดเงินกู้คงเหลือของพนักงานได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินกู้คงค้าง
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงยอดเงินกู้ยืม, ยอดเงินกู้ยืมที่พนักงานชำระมาแล้ว และยอดเงินกู้คงเหลือของพนักงานแต่ละคนให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

 

 

กรณีบริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 2 ครั้ง และพนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทโดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมจากพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน งวดละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย จ่ายเดือนละ2ครั้ง

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย แล้วให้พนักงานจ่ายคืนเงินกู้โดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบจำนวนตามที่กู้ยืมบริษัทไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินกู้จากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินกู้จากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

ขั้นตอนการตั้งค่าโปรแกรมมีดังนี้

  1. วิธีการบันทึกข้อมูลเงินกู้ยืมของพนักงาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
  2. วิธีการตั้งงวดเงินเดือนเพื่อให้โปรแกรมหักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน มีขั้นตอนดังนี้
    • คลิก ตั้งค่า
    • คลิก จ่ายเดือนละ 2 ครั้ง
    • ดับเบิ้ลคลิก ปีปัจจุบัน
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดแรกของเดือน
    • เอาเครื่องถูกที่ช่อง หักเงินกู้ ออก
    • คลิกปุ่ม บันทึก
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดที่สองของเดือน
    • ติ๊กให้มีเครื่องหมายถูกที่ช่อง หักเงินกู้
    • คลิกปุ่ม บันทึก

หมายเหตุ :  ทำขั้นตอนที่ 2.4 – 2.9 ให้ครบทุกเดือน

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานในงวดที่สองของแต่ละเดือนให้เองทุกเดือน และเมื่อหักเงินกู้ยืมคืนจนครบจำนวนที่พนักงานกู้ยืมไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

กรณีบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทโดยไม่คิดดอกเบี้ย และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้จากเงินเดือนพนักงาน เดือนละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย แล้วให้พนักงานจ่ายคืนเงินกู้โดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบจำนวนตามที่กู้ยืมบริษัทไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินกู้จากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินกู้จากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

การตั้งค่าโปรแกรมให้หักเงินกู้ยืมจากพนักงาน เดือนละๆ เท่ากัน แบ่งเป็น 2 กรณี ด้วยกันคือ

กรณีที่ 1 พนักงานกู้ยืมเงินบริษัท และฝ่ายบุคคลยังไม่ได้เริ่มหักคืนเงินกู้จากพนักงานเลย

ตัวอย่าง  พนักงานทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทในวงเงิน 10,000 บาท โดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินกู้ยืมให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการคำนวณหักเงินกู้ยืมจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1.เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก เลขที่สัญญาเงินกู้

4. บันทึก วันที่สัญญา

5. บันทึก ยอดเงินกู้ ตามตัวอย่างนี้พนักงานกู้ยืมบริษัท เท่ากับ 10,000 

6. บันทึก ยอดชำระคืนแล้ว ตามตัวอย่างนี้ พนักงานยังไม่เคยชำระคืนเงินกู้เลย จึงใส่จำนวนเท่ากับ 0 

7. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานตกลงจะให้บริษัทหักคืนเงินกู้จากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

8. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

กรณีที่ 2 พนักงานกู้ยืมเงินบริษัท และฝ่ายบุคคลมีการหักคืนเงินกู้จากพนักงานมาส่วนหนึ่งแล้วก่อนใช้โปรแกรมเงินเดือน

ตัวอย่าง  พนักงานทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทในวงเงิน 10,000 บาท โดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินกู้ยืมให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป และฝ่ายบุคคลได้หักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงานมาแล้ว 2,000 บาท

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการคำนวณหักเงินกู้ยืมจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1. เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก เลขที่สัญญาเงินกู้

4. บันทึก วันที่สัญญา

5. บันทึก ยอดเงินกู้ ตามตัวอย่างนี้พนักงานกู้ยืมบริษัท เท่ากับ 10,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 10,000 

6. บันทึก ยอดชำระคืนแล้ว ตามตัวอย่างนี้ พนักงานชำระคืนเงินกู้มาแล้ว 2,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 2,000 

7. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานตกลงจะให้บริษัทหักคืนเงินกู้จากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

8. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือน และเมื่อหักเงินกู้ยืมคืนจนครบจำนวนที่พนักงานกู้ยืมไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

 

ต้องการพิมพ์แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) เพื่อแยกยื่นให้กับสำนักงานประกันสังคมตามแต่ละสาขา ทำอย่างไร

ต้องการพิมพ์แบบนำส่ง สปส. 1-10 แยกตามสาขา

บางกิจการมีการเปิดดำเนินการหลายสาขา และมีการแยกยื่น สปส. 1-10 กับสำนักงานประกันสังคมแยกตามสาขาของตน ในกรณีนี้ท่านสามารถพิมพ์แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส. 1-10) แบบแยกตามสาขาได้ ดังนี้

ขั้นตอน

1. คลิกไอคอน แฟ้มพนักงาน
2. คลิกเมนู รายงาน
3. เลือก รายงานส่งประกันสังคม (ฉบับที่ 2 ลว.22/12/2546)
4. เลือก แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) หรือ แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) (ตามแนวตั้ง) ก็ได้
5. ระบุ วันที่ต้นเดือน ถึง วันที่ปลายเดือน
6. คลิกปุ่ม เลือก
7. คลิกปุ่ม เงื่อนไข
8. คลิก เลือกรหัส
9. เลือก รหัสสาขา
10. เลือก สาขาพนักงานสังกัด
11. เลือก ชื่อสาขา ที่ต้องการ
12. ระบุ วันที่นำส่งเงินสมทบ
13. คลิกปุ่ม บันทึก
14. คลิกปุ่ม เริ่มพิมพ์
15. กรอก ลำดับที่สาขาของนายจ้าง ตามที่แจ้งไว้กับสำนักงานประกันสังคม
16. กรอก ชื่อสาขาที่ต้องการนำส่ง
17. กรอก ชื่อผู้รับรอง
18. กรอก ตำแหน่งผู้รับรอง
19. กรอก วันที่ยื่นรายการ
20. เลือก พิมพ์
21. คลิกปุ่ม บันทึก
22. ตรวจสอบจำนวนพนักงาน, ยอดเงินค่าจ้าง และยอดเงินสมทบว่าถูกต้องหรือไม่
23. คลิกปุ่ม เครื่องพิมพ์
24. คลิกปุ่ม OK

หมายเหตุ

ท่านต้องพิมพ์แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส. 1-10) ตามจำนวนสาขาที่ท่านต้องการแยกยื่นกับสำนักงานประกันสังคม

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

ต้องการเตรียมดิสก์นำส่ง สปส. 1-10 แยกแต่ละสาขา ทำอย่างไร

เตรียมดิสก์นำส่ง สปส.1-10 แยกตามสาขา

บางกิจการมีการเปิดดำเนินการหลายสาขา และมีการแยกยื่น สปส. 1-10 กับสำนักงานประกันสังคมแยกตามสาขาของตน ในกรณีนี้ท่านสามารถเตรียมดิสก์นำส่ง สปส. 1-10 แบบแยกตามสาขาได้ ดังนี้

ขั้นตอน

  1. คลิกไอคอน ผลคำนวณเงินเดือน
  2. คลิกเมนู เตรียมดิสก์
  3. เลือก ส่งสำนักงานประกันสังคม
  4. ระบุ เดือนที่ชำระเงินสมทบ
  5. ระบุ วันที่นำส่งเงินสมทบ
  6. ระบุ สปส.รับผิดชอบ
  7. ระบุ ลำดับสาขา สปส.
  8. ระบุ เลขที่บัญชีนายจ้าง
  9. ระบุ ลำดับที่สาขาของนายจ้าง ตามที่แจ้งไว้กับสำนักงานประกันสังคม
  10. เลือก ชื่อสาขาที่ต้องการนำส่ง
  11. คลิกปุ่ม สำเนา
  12. คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยัน
  13. เลือก ตำแหน่งที่เก็บข้อมูล
  14. คลิกุป่ม Save
  15. ตรวจสอบจำนวนรายการ, ยอดเงินค่าจ้าง และยอดเงินสมทบว่าตรงกับแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ (สปส. 1-10) ที่พิมพ์จากโปรแกรมเงินเดือนหรือไม่
  16. คลิกปุ่ม OK

หมายเหตุ

ท่านต้องเตรียมดิสก์นำส่ง สปส. 1-10 ตามจำนวนสาขาที่ท่านต้องการแยกยื่นกับสำนักงานประกันสังคม

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

ทำอย่างไรโปรแกรมแสดงเลขที่บัญชีนายจ้างไม่ถูกต้องในตอนเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10

ผู้ใช้งานบางท่านอาจกำลังประสบปัญหารบกวนใจที่ว่า จะต้องแก้ไขเลขที่บัญชีนายจ้างใหม่ทุกครั้งที่ทำการเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ทำให้รู้สึกยุ่งยาก และเสียเวลาในการเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ในแต่ละครั้ง วันนี้เรามีคำตอบที่จะมาช่วยทำให้ปัญหานี้จบไปค่ะ

ขั้นตอน
1. คลิกไอคอน ตั้งค่า
2. คลิกเมนู แฟ้ม
3. เลือก ตั้งค่าอื่นๆ
4. แก้ไข ขที่บัญชีประกันสังคม ของกิจการของท่านให้ถูกต้อง
5. คลิกปุ่ม บันทึก
6. คลิกไอคอน ผลคำนวณเงินเดือน
7. คลิกเมนู เตรียมดิสก์
8. เลือก ส่งสำนักประกันสังคม

ท่านก็จะพบว่าโปรแกรมจะแสดง เลขที่บัญชีนายจ้าง ที่แก้ไขใหม่ ในหน้าจอเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ให้โดยอัตโนมัติ ท่านก็ไม่ต้องเสียอารมณ์ และเสียเวลาในการแก้ไขเลขที่บัญชีนายจ้างทุกครั้งที่เตรียมดิสก์ส่ง สปส.1 – 10 อีกต่อไปแล้วค่ะ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

ทำอย่างไรที่จะไม่ต้องกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างทุกครั้งที่เตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10

ทำอย่างไรที่ไม่ต้องกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างทุกครั้งที่เตรียมดิสก

ผู้ใช้งานบางท่านอาจกำลังประสบปัญหารบกวนใจที่จะต้องกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างใหม่ทุกครั้งที่เตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ทำให้รู้สึกยุ่งยาก และเสียเวลาในการเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ในแต่ละครั้ง วันนี้เรามีคำตอบที่จะมาช่วยทำให้ปัญหานี้จบไปค่ะ

ขั้นตอน
1. คลิกไอคอน ตั้งค่า
2. คลิกเมนู แฟ้ม
3. เลือก ตั้งค่าอื่นๆ
4. กรอก เลขที่บัญชีประกันสังคม ของกิจการของท่าน
5. คลิกปุ่ม บันทึก
6. คลิกไอคอน ผลคำนวณเงินเดือน
7. คลิกเมนู เตรียมดิสก์
8. เลือก ส่งสำนักประกันสังคม

ท่านก็จะพบว่าโปรแกรมจะแสดง เลขที่บัญชีนายจ้าง ในหน้าจอเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ให้โดยอัตโนมัติ ท่านก็ไม่ต้องเสียอารมณ์ และเสียเวลาในการกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างเองอีกต่อไปแล้วค่ะ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

ต้องการนำส่ง ภ.ง.ด.91 แทนพนักงานทางอินเตอร์เน็ต ทำอย่างไร

%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%87%e0%b8%94-91-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99

ในทุกๆ สิ้นปี ภายหลังจากคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี และตรวจสอบรายงานต่างๆ  แล้วว่าถูกต้อง สำหรับบริษัทที่ซื้อระบบ Disk Transfer (DK) กับ Business Plus และต้องการยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 แทนพนักงานทางอินเตอร์เน็ต สามารถทำการเตรียมดิสก์นำส่ง ภ.ง.ด.91 จากโปรแกรมเงินเดือน เพื่อนำส่ง ภ.ง.ด.91 ของพนักงานให้กรมสรรพากรทางอินเตอร์เน็ตแทนการยื่นด้วยเป็นแบบฟอร์มได้  ซึ่งจะช่วยทำให้ท่านประหยัดเวลาในการจัดทำข้อมูล ภ.ง.ด.91 ของพนักงาน และสามารถนำส่งให้กรมสรรพากรได้อย่างรวดเร็ว  และประหยัดทรัพยากรกระดาษ

ข้อจำกัดในการนำส่ง ภ.ง.ด.91 ทางอินเตอร์เน็ต

  1. กรณีที่พนักงานมีคู่สมรส จะสามารถยื่น ภ.ง.ด.91 ทางอินเตอร์เน็ตได้ เฉพาะกรณีที่คู่สมรสแยกคำนวณภาษีเท่านั้น หรือยื่นร่วมกรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้
  2. กรณีพนักงานมีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ จะต้องบันทึกรายละเอียดของคู่สมรสของพนักงานที่แถบคู่สมรสในแฟ้มประวัติของพนักงานให้ครบถ้วน
  3. พนักงานที่มีค่าลดหย่อนบิดามารดา จะต้องบันทึกรายละเอียดเลขที่บัตรประชาชนของบิดา และมารดาด้วย
  4. การยื่น ภ.ง.ด.91 ทางอินเตอร์เน็ต สามารถยื่นได้เฉพาะพนักงานที่ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มหรือขอคืนภาษีเท่านั้น
  5. กรณีไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทตั้งแต่ต้นปี ให้บันทึกรายละเอียดเงินได้ก่อนเข้าเป็นพนักงานให้ครบถ้วนก่อนทำการคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี

ขั้นตอนการเตรียมข้อมูล

ทำการระบุให้โปรแกรมทราบว่า พนักงานคนใดบ้างที่บริษัทฯ ของท่านจะยื่น ภ.ง.ด.91 แทนทางอินเตอร์เน็ต โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • เปิด แฟ้มประวัติพนักงาน ที่ท่านต้องการยื่น ภ.ง.ด.91 แทนทางอินเตอร์เน็ต
  • คลิก แถบภาษีเงินได้
  • คลิก แถบวิธีคำนวณ
  • เลือก วิธียื่นแบบ ภงด.91 เป็น ดิสก์

ขั้นตอนการเตรียมดิสก์

ภายหลังจากการคำนวณเงินเดือนงวดสุดท้ายของปีภาษี และตรวจสอบรายงานต่างๆ  แล้วว่าถูกต้อง  สามารถเตรียมดิสก์เพื่อนำส่ง ภ.ง.ด.91 ทางอินเตอร์เน็ตได้  โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • อยู่ที่หน้าจอ ผลคำนวณเงินเดือน 
  • คลิก เมนูเตรียมดิสก์
  • เลือก ส่ง ภ.ง.ด.91
  • ระบุ ปีภาษีที่นำส่ง ว่าต้องการนำส่งภาษีของปีภาษีใดให้กับกรมสรรพากร โดยโปรแกรมจะแสดงปีภาษีตามผลการคำนวณเงินเดือนที่มีอยู่
  • ระบุ ภาษีชำระเกินที่ต้องการคืน กรณีที่มีการจ่ายภาษีเกินกว่าที่ต้องชำระจริง ต้องทำการระบุจำนวนยอดเงินที่ต้องการขอคืนด้วย โดยมองจากยอดเงินขอคืนของพนักงานคนที่น้อยที่สุด
  • เมื่อทำการบันทึกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว คลิก ปุ่มสำเนา
  • คลิก ปุ่ม OK
  • เลือก แหล่งที่เก็บข้อมูล เช่น ไดรฟ์ C, D เป็นต้น  
  • โปรแกรมจะแสดงชื่อไฟล์ให้อัตโนมัติ (ห้ามเปลี่ยน)  คลิก ปุ่ม Save
  • เมื่อทำการ Save แล้ว จะได้ไฟล์นามสกุล TXT ซึ่งใช้สำหรับนำส่ง ภ.ง.ด.91 ให้กรมสรรพากรทางอินเตอร์เน็ตได้

สิ่งที่ควรทราบ

เมื่อได้ไฟล์นามสกุล TXT แล้ว จะต้องส่งไฟล์ไปให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทฯ มีสำนักงานตั้งอยู่ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และสำนักงานสรรพากรพื้นที่จะส่งไฟล์ข้อมูล ภ.ง.ด.91 ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วกลับมาให้ จึงนำไฟล์ข้อมูลไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

ต้องการตรวจสอบค่าลดหย่อนของพนักงานที่บันทึกไว้ในโปรแกรมแล้ว ทำอย่างไร

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad

ในครั้งที่แล้วเราได้แนะนำวิธีการพิมพ์รายงานเพื่อสำรวจค่าลดหย่อน และวิธีการบันทึกค่าลดหย่อนของพนักงานลงในโปรแกรมไปแล้ว ในครั้งนี้เรานำวิธีการตรวจสอบค่าลดหย่อนของพนักงานที่บันทึกไว้ในโปรแกรมมาฝากค่ะ เพื่อให้   ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบการบันทึกค่าลดหย่อนของพนักงานได้สะดวก รวดเร็วกว่าการเปิดประวัติพนักงานขึ้นมาตรวจทีละคน

วิธีการตรวจสอบค่าลดหย่อนของพนักงานที่บันทึกไว้ในโปรแกรม

1.อยู่ที่หน้าต่าง แฟ้มพนักงาน

2.คลิก เมนูรายงาน

3.เลือก รายงานส่งสรรพากร (ฉบับที่ 3 ลว.11/1/2555)

4.เลือก รายงานสรุปลดหย่อนและรายละเอียดเงินได้ก่อนใช้โปรแกรม

5.คลิก ปุ่มเริ่มพิมพ์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลทางจอภาพ

6.คลิก ปุ่มเครื่องพิมพ์ เพื่อพิมพ์รายงานออกมาตรวจสอบ

<หมายเหตุ>

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

คุณรู้หรือไม่ว่า โปรแกรม Business Plus Payroll มีตัวช่วยสำหรับสำรวจค่าลดหย่อนประจำปีของพนักงานด้วยนะ

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c-%e0%b8%a5-%e0%b8%a2-01

สิ่งที่ทำทุกต้นปี นอกจากการตั้งงวดเงินเดือนสำหรับใช้ในการคำนวณเงินเดือนของงวดเงินเดือนในปีปัจจุบันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นงานที่ฝ่ายบุคคลควรทำทุกต้นปี คือ การสำรวจค่าลดหย่อนประจำปีของพนักงานแต่ละคน และบันทึกลงในโปรแกรมเงินเดือน เพื่อให้โปรแกรมนำไปใช้ในการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของพนักงานนั่นเอง ซึ่งถ้าหากฝ่ายบุคคลมีการบันทึกค่าลดหย่อนประจำปีปัจจุบันของพนักงานลงในโปรแกรมเงินเดือนตั้งแต่ต้นปี ก็จะมีผลดี คือ ทำให้โปรแกรมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายใกล้เคียงหรือถูกต้อง ทำให้สิ้นปีพนักงานไม่ต้องขอคืนภาษี หรือไม่ต้องยื่นภาษีเพิ่มเติม

โดยโปรแกรม Business Plus Payroll มีรายงานแบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน (ล.ย.01) ซึ่งท่านสามารถพิมพ์รายงานดังกล่าวจากในโปรแกรม และนำไปแจกให้พนักงานเพื่อสำรวจค่าลดหย่อนประจำปีปัจจุบันของพนักงานแต่ละคนได้

วิธีพิมพ์รายงานแบบแจ้งรายการเพื่อหักลดหย่อน (ล.ย.01)

1.อยู่ที่หน้าต่าง แฟ้มพนักงาน

2.คลิก เมนูรายงาน

3.เลือก รายงานส่งสรรพากร (ฉบับที่ 3 ลว.11/1/2555)

4.เลือก แบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน (ล.ย.01)

5.คลิก ปุ่มเริ่มพิมพ์ เพื่อแสดงรายงานทางจอภาพ

6.คลิก ปุ่มเครื่องพิมพ์ เพื่อสั่งพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์

และเมื่อท่านได้ข้อมูลค่าลดหย่อนประจำปีปัจจุบันของพนักงานแต่ละคนแล้ว ก็สามารถนำข้อมูลมาบันทึกลงในโปรแกรมเงินเดือนได้เลย

วิธีการบันทึกค่าลดหย่อนของพนักงาน

1.อยู่ที่หน้าจอ แฟ้มพนักงาน

2.เปิด ประวัติพนักงาน ที่ต้องการบันทึกค่าลดหย่อน

3.คลิก แถบภาษีเงินได้

4.กรอก ข้อมูลค่าลดหย่อนของพนักงาน ในแถบวิธีคำนวณภาษี และค่าลดหย่อน

5.คลิก ปุ่มบันทึก

<หมายเหตุ>

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่