กรณีบริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 2 ครั้ง และพนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน งวดละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินผ่อน จ่ายเดือนละ2ครั้ง

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท แล้วให้พนักงานจ่ายคืนเงินค่าสินค้าโดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบมูลค่าของสินค้าที่ซื้อจากบริษัทไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

ขั้นตอนการตั้งค่าโปรแกรมมีดังนี้

  1. วิธีการบันทึกข้อมูลเงินผ่อนของพนักงาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
  2. วิธีการตั้งงวดเงินเดือนเพื่อให้โปรแกรมหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน มีขั้นตอนดังนี้
    • คลิก ตั้งค่า
    • คลิก จ่ายเดือนละ 2 ครั้ง
    • ดับเบิ้ลคลิก ปีปัจจุบัน
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดแรกของเดือน
    • เอาเครื่องถูกที่ช่อง หักเงินผ่อน ออก
    • คลิกปุ่ม บันทึก
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดที่สองของเดือน
    • ติ๊กให้มีเครื่องหมายถูกที่ช่อง หักเงินผ่อน
    • คลิกปุ่ม บันทึก

หมายเหตุ :  ทำขั้นตอนที่ 2.4 – 2.9 ให้ครบทุกเดือน

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานในงวดที่สองของแต่ละเดือนให้เองทุกเดือน และเมื่อหักคืนเงินค่าสินค้าจนครบมูลค่าสินค้าที่พนักงานซื้อไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนพนักงาน เดือนละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินผ่อน

 

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานซื้อสินค้าของบริษัท และสามารถผ่อนชำระค่าสินค้าคืนโดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบมูลค่าของสินค้าที่ซื้อไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

การตั้งค่าโปรแกรมให้หักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงาน เดือนละๆ เท่ากัน แบ่งเป็น 2 กรณี ด้วยกันคือ

กรณีที่ 1 พนักงานซื้อสินค้าของบริษัท และฝ่ายบุคคลยังไม่ได้เริ่มหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานเลย

ตัวอย่าง  พนักงานซื้อสินค้าของบริษัทมูลค่า 10,000 บาท และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินค่าสินค้าให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1.เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก เลขที่สัญญาเงินผ่อน (ถ้ามี)

4. บันทึก วันที่สัญญา (ถ้ามี)

5. บันทึก ยอดเงินผ่อน ตามตัวอย่างนี้พนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท เท่ากับ 10,000 

6. บันทึก ยอดชำระคืนแล้ว ตามตัวอย่างนี้ พนักงานยังไม่เคยชำระคืนเงินค่าสินค้าเลย จึงใส่จำนวนเท่ากับ 0 

7. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานตกลงจะให้บริษัทหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

8. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

กรณีที่ 2 พนักงานกู้ยืมเงินบริษัท และฝ่ายบุคคลมีการหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานมาส่วนหนึ่งแล้วก่อนใช้โปรแกรมเงินเดือน

ตัวอย่าง  พนักงานซื้อสินค้าของบริษัทมูลค่า 10,000 บาท และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินค่าสินค้าให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป และฝ่ายบุคคลได้หักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนพนักงานมาแล้ว 2,000 บาท

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1. เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก เลขที่สัญญาเงินผ่อน (ถ้ามี)

4. บันทึก วันที่สัญญา (ถ้ามี)

5. บันทึก ยอดเงินกู้ ตามตัวอย่างนี้พนักงานซื้อสินค้าจากบริษัท เท่ากับ 10,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 10,000 

6. บันทึก ยอดชำระคืนแล้ว ตามตัวอย่างนี้ พนักงานชำระคืนเงินค่าสินค้ามาแล้ว 2,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 2,000 

7. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานตกลงจะให้บริษัทหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

8. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักคืนเงินค่าสินค้าจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือน และเมื่อหักคืนเงินค่าสินค้าจนครบมูลค่าของสินค้าที่พนักงานซื้อไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินกู้ยืมคืนจากพนักงานงวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบพนักงานที่ชำระคืนเงินกู้ยืมครบแล้วได้อย่างไร

รายงานเงินกู้ชำระครบ

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบพนักงานที่ชำระคืนเงินกู้ยืมครบแล้วได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินกู้ชำระครบ
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงพนักงานที่ชำระเงินกู้ยืมครบจำนวนแล้วให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

กรณีมีการตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หักเงินกู้ยืมคืนจากพนักงานงวดละเท่าๆ กันแล้ว จะทำการตรวจสอบยอดเงินหักคืนเงินกู้ยืม และยอดเงินกู้คงเหลือของพนักงานได้อย่างไร

รายงานเงินกู้คงค้าง

นอกจากโปรแกรมจะช่วยทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือนแล้ว โปรแกรมก็ยังมีรายงานที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจสอบรายการยอดเงินกู้ยืม ยอดเงินกู้ยืมที่หักคืนจากพนักงานแล้ว และรายการยอดเงินกู้คงเหลือของพนักงานได้อีกด้วย

ขั้นตอนการพิมพ์รายงาน

  1. คลิก แฟ้มพนักงาน
  2. คลิกเมนู รายงาน
  3. เลือก รายงานอื่นๆ
  4. เลือก รายงานยอดเงินกู้คงค้าง
  5. คลิก เริ่มพิมพ์

เพียงเท่านี้ก็จะปรากฏรายงานที่แสดงยอดเงินกู้ยืม, ยอดเงินกู้ยืมที่พนักงานชำระมาแล้ว และยอดเงินกู้คงเหลือของพนักงานแต่ละคนให้ท่านใช้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

 

 

กรณีบริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 2 ครั้ง และพนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทโดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้ยืมจากพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน งวดละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย จ่ายเดือนละ2ครั้ง

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย แล้วให้พนักงานจ่ายคืนเงินกู้โดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบจำนวนตามที่กู้ยืมบริษัทไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินกู้จากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินกู้จากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

ขั้นตอนการตั้งค่าโปรแกรมมีดังนี้

  1. วิธีการบันทึกข้อมูลเงินกู้ยืมของพนักงาน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
  2. วิธีการตั้งงวดเงินเดือนเพื่อให้โปรแกรมหักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงานในงวดที่สองของทุกเดือน มีขั้นตอนดังนี้
    • คลิก ตั้งค่า
    • คลิก จ่ายเดือนละ 2 ครั้ง
    • ดับเบิ้ลคลิก ปีปัจจุบัน
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดแรกของเดือน
    • เอาเครื่องถูกที่ช่อง หักเงินกู้ ออก
    • คลิกปุ่ม บันทึก
    • ดับเบิ้ลคลิก งวดที่สองของเดือน
    • ติ๊กให้มีเครื่องหมายถูกที่ช่อง หักเงินกู้
    • คลิกปุ่ม บันทึก

หมายเหตุ :  ทำขั้นตอนที่ 2.4 – 2.9 ให้ครบทุกเดือน

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานในงวดที่สองของแต่ละเดือนให้เองทุกเดือน และเมื่อหักเงินกู้ยืมคืนจนครบจำนวนที่พนักงานกู้ยืมไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

กรณีบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทโดยไม่คิดดอกเบี้ย และให้ฝ่ายบุคคลหักคืนเงินกู้จากเงินเดือนพนักงาน เดือนละเท่าๆ กัน จะบันทึกในโปรแกรมเงินเดือนอย่างไร

หักเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย

หลายบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือพนักงาน  โดยมีสวัสดิการให้พนักงานกู้ยืมเงินจากบริษัทในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย แล้วให้พนักงานจ่ายคืนเงินกู้โดยหักจากเงินเดือนพนักงานเดือนละเท่าๆ กันจนครบจำนวนตามที่กู้ยืมบริษัทไป ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้ทำการหักคืนเงินกู้จากเงินเดือนของพนักงานงวดละเท่าๆ กันได้ และเมื่อทำการหักคืนเงินกู้จากพนักงานครบแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และประหยัดเวลาและลดภาระในการทำงานให้กับฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

การตั้งค่าโปรแกรมให้หักเงินกู้ยืมจากพนักงาน เดือนละๆ เท่ากัน แบ่งเป็น 2 กรณี ด้วยกันคือ

กรณีที่ 1 พนักงานกู้ยืมเงินบริษัท และฝ่ายบุคคลยังไม่ได้เริ่มหักคืนเงินกู้จากพนักงานเลย

ตัวอย่าง  พนักงานทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทในวงเงิน 10,000 บาท โดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินกู้ยืมให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการคำนวณหักเงินกู้ยืมจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1.เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก เลขที่สัญญาเงินกู้

4. บันทึก วันที่สัญญา

5. บันทึก ยอดเงินกู้ ตามตัวอย่างนี้พนักงานกู้ยืมบริษัท เท่ากับ 10,000 

6. บันทึก ยอดชำระคืนแล้ว ตามตัวอย่างนี้ พนักงานยังไม่เคยชำระคืนเงินกู้เลย จึงใส่จำนวนเท่ากับ 0 

7. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานตกลงจะให้บริษัทหักคืนเงินกู้จากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

8. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

กรณีที่ 2 พนักงานกู้ยืมเงินบริษัท และฝ่ายบุคคลมีการหักคืนเงินกู้จากพนักงานมาส่วนหนึ่งแล้วก่อนใช้โปรแกรมเงินเดือน

ตัวอย่าง  พนักงานทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทในวงเงิน 10,000 บาท โดยบริษัทไม่คิดดอกเบี้ย และมีข้อตกลงที่จะจ่ายคืนเงินกู้ยืมให้กับบริษัท โดยให้ฝ่ายบุคคลหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบจำนวนที่กู้ยืมไป และฝ่ายบุคคลได้หักคืนเงินกู้ยืมจากเงินเดือนพนักงานมาแล้ว 2,000 บาท

จากกรณีตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายบุคคลสามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ทำการคำนวณหักเงินกู้ยืมจากพนักงานได้โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1. เปิด แฟ้มประวัติพนักงานของพนักงาน

2. คลิกแถบ เงินค้ำประกัน-กู้-ผ่อน

3. บันทึก เลขที่สัญญาเงินกู้

4. บันทึก วันที่สัญญา

5. บันทึก ยอดเงินกู้ ตามตัวอย่างนี้พนักงานกู้ยืมบริษัท เท่ากับ 10,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 10,000 

6. บันทึก ยอดชำระคืนแล้ว ตามตัวอย่างนี้ พนักงานชำระคืนเงินกู้มาแล้ว 2,000 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ 2,000 

7. บันทึก ส่วนที่เหลือหักครั้งละ ตามตัวอย่างนี้พนักงานตกลงจะให้บริษัทหักคืนเงินกู้จากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท จึงใส่จำนวนเท่ากับ  500 

8. คลิกปุ่ม บันทึกจบ

เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะทำการหักเงินกู้ยืมจากเงินเดือนของพนักงานให้เองทุกเดือน และเมื่อหักเงินกู้ยืมคืนจนครบจำนวนที่พนักงานกู้ยืมไปแล้ว โปรแกรมก็จะหยุดหักโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

 

ต้องการพิมพ์แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) เพื่อแยกยื่นให้กับสำนักงานประกันสังคมตามแต่ละสาขา ทำอย่างไร

ต้องการพิมพ์แบบนำส่ง สปส. 1-10 แยกตามสาขา

บางกิจการมีการเปิดดำเนินการหลายสาขา และมีการแยกยื่น สปส. 1-10 กับสำนักงานประกันสังคมแยกตามสาขาของตน ในกรณีนี้ท่านสามารถพิมพ์แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส. 1-10) แบบแยกตามสาขาได้ ดังนี้

ขั้นตอน

1. คลิกไอคอน แฟ้มพนักงาน
2. คลิกเมนู รายงาน
3. เลือก รายงานส่งประกันสังคม (ฉบับที่ 2 ลว.22/12/2546)
4. เลือก แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) หรือ แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) (ตามแนวตั้ง) ก็ได้
5. ระบุ วันที่ต้นเดือน ถึง วันที่ปลายเดือน
6. คลิกปุ่ม เลือก
7. คลิกปุ่ม เงื่อนไข
8. คลิก เลือกรหัส
9. เลือก รหัสสาขา
10. เลือก สาขาพนักงานสังกัด
11. เลือก ชื่อสาขา ที่ต้องการ
12. ระบุ วันที่นำส่งเงินสมทบ
13. คลิกปุ่ม บันทึก
14. คลิกปุ่ม เริ่มพิมพ์
15. กรอก ลำดับที่สาขาของนายจ้าง ตามที่แจ้งไว้กับสำนักงานประกันสังคม
16. กรอก ชื่อสาขาที่ต้องการนำส่ง
17. กรอก ชื่อผู้รับรอง
18. กรอก ตำแหน่งผู้รับรอง
19. กรอก วันที่ยื่นรายการ
20. เลือก พิมพ์
21. คลิกปุ่ม บันทึก
22. ตรวจสอบจำนวนพนักงาน, ยอดเงินค่าจ้าง และยอดเงินสมทบว่าถูกต้องหรือไม่
23. คลิกปุ่ม เครื่องพิมพ์
24. คลิกปุ่ม OK

หมายเหตุ

ท่านต้องพิมพ์แบบแสดงรายการส่งเงินสมทบ (สปส. 1-10) ตามจำนวนสาขาที่ท่านต้องการแยกยื่นกับสำนักงานประกันสังคม

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

ต้องการเตรียมดิสก์นำส่ง สปส. 1-10 แยกแต่ละสาขา ทำอย่างไร

เตรียมดิสก์นำส่ง สปส.1-10 แยกตามสาขา

บางกิจการมีการเปิดดำเนินการหลายสาขา และมีการแยกยื่น สปส. 1-10 กับสำนักงานประกันสังคมแยกตามสาขาของตน ในกรณีนี้ท่านสามารถเตรียมดิสก์นำส่ง สปส. 1-10 แบบแยกตามสาขาได้ ดังนี้

ขั้นตอน

  1. คลิกไอคอน ผลคำนวณเงินเดือน
  2. คลิกเมนู เตรียมดิสก์
  3. เลือก ส่งสำนักงานประกันสังคม
  4. ระบุ เดือนที่ชำระเงินสมทบ
  5. ระบุ วันที่นำส่งเงินสมทบ
  6. ระบุ สปส.รับผิดชอบ
  7. ระบุ ลำดับสาขา สปส.
  8. ระบุ เลขที่บัญชีนายจ้าง
  9. ระบุ ลำดับที่สาขาของนายจ้าง ตามที่แจ้งไว้กับสำนักงานประกันสังคม
  10. เลือก ชื่อสาขาที่ต้องการนำส่ง
  11. คลิกปุ่ม สำเนา
  12. คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยัน
  13. เลือก ตำแหน่งที่เก็บข้อมูล
  14. คลิกุป่ม Save
  15. ตรวจสอบจำนวนรายการ, ยอดเงินค่าจ้าง และยอดเงินสมทบว่าตรงกับแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ (สปส. 1-10) ที่พิมพ์จากโปรแกรมเงินเดือนหรือไม่
  16. คลิกปุ่ม OK

หมายเหตุ

ท่านต้องเตรียมดิสก์นำส่ง สปส. 1-10 ตามจำนวนสาขาที่ท่านต้องการแยกยื่นกับสำนักงานประกันสังคม

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

ทำอย่างไรโปรแกรมแสดงเลขที่บัญชีนายจ้างไม่ถูกต้องในตอนเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10

ผู้ใช้งานบางท่านอาจกำลังประสบปัญหารบกวนใจที่ว่า จะต้องแก้ไขเลขที่บัญชีนายจ้างใหม่ทุกครั้งที่ทำการเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ทำให้รู้สึกยุ่งยาก และเสียเวลาในการเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ในแต่ละครั้ง วันนี้เรามีคำตอบที่จะมาช่วยทำให้ปัญหานี้จบไปค่ะ

ขั้นตอน
1. คลิกไอคอน ตั้งค่า
2. คลิกเมนู แฟ้ม
3. เลือก ตั้งค่าอื่นๆ
4. แก้ไข ขที่บัญชีประกันสังคม ของกิจการของท่านให้ถูกต้อง
5. คลิกปุ่ม บันทึก
6. คลิกไอคอน ผลคำนวณเงินเดือน
7. คลิกเมนู เตรียมดิสก์
8. เลือก ส่งสำนักประกันสังคม

ท่านก็จะพบว่าโปรแกรมจะแสดง เลขที่บัญชีนายจ้าง ที่แก้ไขใหม่ ในหน้าจอเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ให้โดยอัตโนมัติ ท่านก็ไม่ต้องเสียอารมณ์ และเสียเวลาในการแก้ไขเลขที่บัญชีนายจ้างทุกครั้งที่เตรียมดิสก์ส่ง สปส.1 – 10 อีกต่อไปแล้วค่ะ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่

 

ทำอย่างไรที่จะไม่ต้องกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างทุกครั้งที่เตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10

ทำอย่างไรที่ไม่ต้องกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างทุกครั้งที่เตรียมดิสก

ผู้ใช้งานบางท่านอาจกำลังประสบปัญหารบกวนใจที่จะต้องกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างใหม่ทุกครั้งที่เตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ทำให้รู้สึกยุ่งยาก และเสียเวลาในการเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ในแต่ละครั้ง วันนี้เรามีคำตอบที่จะมาช่วยทำให้ปัญหานี้จบไปค่ะ

ขั้นตอน
1. คลิกไอคอน ตั้งค่า
2. คลิกเมนู แฟ้ม
3. เลือก ตั้งค่าอื่นๆ
4. กรอก เลขที่บัญชีประกันสังคม ของกิจการของท่าน
5. คลิกปุ่ม บันทึก
6. คลิกไอคอน ผลคำนวณเงินเดือน
7. คลิกเมนู เตรียมดิสก์
8. เลือก ส่งสำนักประกันสังคม

ท่านก็จะพบว่าโปรแกรมจะแสดง เลขที่บัญชีนายจ้าง ในหน้าจอเตรียมดิสก์ส่ง สปส. 1 – 10 ให้โดยอัตโนมัติ ท่านก็ไม่ต้องเสียอารมณ์ และเสียเวลาในการกรอกเลขที่บัญชีนายจ้างเองอีกต่อไปแล้วค่ะ

กรณีที่ท่านไม่สามารถทำขั้นตอนดังกล่าวได้เอง และต้องการใช้บริการของผู้ให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่นี่